มีเพลงและ MV ใหม่ของ Switchfoot เลยต้องมาอัพเดตซะหน่อย จริงๆ ได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรกในงาน Dove Awards ที่ผ่านมา ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเป็นการเล่นสดครั้งแรกของ Switchfoot ใน Dove ก็คงเป็นเพราะว่าเขาดังใน Mainstream มากกว่าด้วย และโปรแกรมทัวร์ที่ยาวเหยียดทำให้ไม่มีโอกาสได้เล่นสักที
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เนื่อง Narnia ภาค Prince Caspian ที่ใครๆ กำลังรอคอยกันอยู่ Jon (ร้องนำ) บอกว่า เขาและน้องชาย (Tim) ได้รู้จัก Narnia ตั้งแต่เด็กๆ เลยซึ่งคุณพ่อของเขาได้อ่านได้ฟังก่อนนอน เขารู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับหนังเรื่องนี้
เขาพยายามเก็บความทรงจำที่ถูกฝังลึกไว้ในใจเกี่ยวกับงานเขียนของ Lewis ดังนั้นเขาจึงพยายามคิดกลับว่าเรื่องราวเหล่านี้มีความหมายอย่างไรกับเขา ซึ่งเวลานั้นเขาอายุ 6 ขวบ และเขียนมันออกมาด้วยมุมมองเหล่านั้น เพลงได้มีชื่อว่า “This is Home” มันเป็นการเดินทางอย่างแน่นอน เพราะว่าเพลงจาก San Diego ได้มาร้อยเรียงกันที่ Abbey Road ใน London และสำเร็จด้วยการถ่ายวิดีโอใน Hollywood
ในขณะที่เพลงนี้กำลังโปรโมตและจะบรรจุอยู่ในอัลบัม Soundtrack ที่จะวางขายในวันที่ 13 พฤษภาคม นี้ เชื่อว่าหลายๆ คนก็กำลังรอคอยที่จะได้รับชม Narnia อยู่เช่นกัน
จะบอกว่าอัลบัม Soundtrack ยังมีเพลงของ Regina Spektor (ศิลปินคริสเตียนเชื่อสาย Russia) ซึ่งเป็นศิลปินที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษบรรจุอยู่ด้วย
Lyrics:
I've got my memories
They're always
Inside of me
But I can't go back
Back to how it was
I believe now
I've seen too much
But I can't go back
Back to how it was
Created for a place
I've never known
Chorus:
This is home
Now I'm finally
Where I belong
Where I belong
Yeah, this is home
I've been searching
For a place of my own
Now I've found it
Maybe this is home
Yeah, this is home
Belief over misery
I've seen the enemy
And I won't go back
Back to how it was
And I got my heart
Set on
What happens next
I got my eyes wide
It's not over yet
We are miracles
And we're not alone
(Chorus)
And now after all
My searching
After all my questions
I'm gonna call it home
I got a brand new mindset
I can finally see
The sunset
I'm gonna call it home
(Chorus)
Now I know
Yeah, this is home
I've come too far
Now I won't go back
This is home