4 posts tagged “matt redman”
เพลง Greatest Gift แต่งโดย Matt Redman กับ Peter Wilson ซึ่งเป็น Worship Pastor ของโบสถ์ Hillsong London และเล่นในอัลบัม Jesus Is ที่ได้ Review ไปแล้ว อย่างที่เขียนใน Review ว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ Peak ที่สุดในคอนเสิร์ตนมัสการครั้งนี้ (ตามความคิดของผมนะ)
นอกจากนี้ Projection ประกอบเพลงยังทำได้ดีมาก ๆ และอย่างที่เรารู้กันก็คือ ทุกวันนี้ Projection ประกอบเพลงเข้ามามีส่วนสำคัญในคอนเสิร์ตนมัสการมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าทำได้ดี การนมัสการครั้งนั้นจะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่เราต้องเข้าใจก็คือ Projection มันอาจจะเป็นมิวสิควิดีโอ หรือไม่ใช่ MV ก็ได้ จะเป็นแค่ Slide ภาพเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ก็ได้ ไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ Projection ไม่ควรเด่นเกินไป เช่นเดียวกัน ไม่งั้นคนอาจจะมัวดูแต่ Projection จนลืมร้องเพลงนมัสการ และคนทำต้องเข้าอย่างหนึ่งในการนมัสการ คงไม่มีใครลืมตาตลอดเวลาเพื่อดู Projection โดยเฉพาะเพลงช้าที่ต้องการให้คนเข้าถึงในการนมัสการ ฉะนั้น สิ่งที่เราควรเน้นอันดับแรกก็คือดนตรี ไม่ใช่ Projection คือ Projection จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีต้องช่วยเสริม ๆ จริง ๆ ถ้าคิดว่าทำได้ไม่ดี ไม่ต้องมีดีกว่า
แต่สำหรับ Projection ของ Matt Redman ผมว่าคิดมาอย่างดีจริง ๆ เหมือนที่ผมเคยเห็นในเพลง The Heart of Worship นั้นยอดเยี่ยมมาก สื่ออารมณ์ได้ดีมาก แล้วได้ตามเป้าหมายก็คือ ทุกคนได้รับการเติมเต็มในการนมัสการ เข้าถึง The Heart of Worship จริง ๆ
มาดูเนื้อเพลงนี้กันดีกว่าครับ
Greatest Gift
Condemnation falls away
Never more to call on me
And I am clean, yes I
am clean.
The powerful work of You in me
Breaks the chains of guilty and
shame
And I go free, yes I go free.
I take them to Your cross
And leave them there
Captured by this
grace
I'm free at last.
(Chorus)
It is the great gift of Your salvation
Working in
me
Working in me.
It is the life giving taste of heaven
Your kindness
revealed
Your kindness revealed to me.
It's the greatest gift of all
It's the greatest gift of all
It's the
greatest gift of all.
Your mercy's pouring down on me
Your mercy's pouring down on me
And I
am clean, yes I am clean.
Your mercy's pouring down on me
Your mercy's
pouring down on me
And I am free, yes I go free.
ใครที่กำลังผิดหวังเพราะอะไรก็ตาม จะเป็นสิ่งที่เราทำผิดพลาดไป หรือ คนรอบข้างที่อาจจะทำไม่ดีกับเรา ผมเชื่อว่าเรายังคงมีหวังต่อไปได้ เพราะยังมีพระเจ้าที่ปราถนาจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเราเสมอ
The Father's Song ของ Matt Redman อยู่ในอัลบัมชื่อเดียวกับเพลง วางแผงครั้งแรกในปี 2000 ผมได้แนะนำ Matt Redman มาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ใครที่ยังไม่รู้จักย้อนกลับไปดูได้ในตอน Breathing The Breath และ The Heart of Worship ได้ครับ
ล่าสุด Matt Redman เองเพิ่งจะได้รับรางวัล Praise & Worship Album of the Year จากอัลบัม Blessed Be Your Name The Songs of Matt Redman Vol. 1 ในงาน GMA ครั้งที่ผ่านมาด้วย โดย Matt Redman ได้เครดิตร่วมกับ Nathan Nockels (Watermark) ก็เป็นอัลบัม Live Worship ดี ๆ อีกชุดหนึ่งที่น่าหาโอกาสฟังกัน
นอกจากนี้ ผมได้รับ feedback จากเพื่อน ๆ เกี่ยวกับ podcast ที่เพลงมักจะหายไปช่วงท้าย หรือเกินไป ต้องอธิบายนิดหนึ่งว่า โปรแกรมที่ผมใช้ทำ podcast ยังมีความไม่เสถียรอยู่ ผมบันทึกพอดีกับเพลง แต่กลับตัดช่วงท้ายหายไปเฉย ๆ ทำให้บางทีต้องอัดเผื่อไป ก็พยายามจะแก้ไขถ้าเป็นไปได้ และเวลาอำนวยครับ ต้องขออภัยด้วย
ต่อด้วยเนื้อเพลงกันนี้กันครับ
The Father's Song
I have heard so many songs
Listened to a thousand tongues
But there is one
That sounds above them all
The Father’s song
The Father’s love
You sung it over me and for eternity
It’s written on my heart
CHORUS:
Heaven’s perfect melody
The Creator’s symphony
You are singing over me
The Father’s song
Heaven’s perfect mystery
The king of love has sent for me
And now you’re singing over me
The Father’s song
ในบางครั้งผมเองก็รู้สึกนะ เพลงที่เราร้องในการนมัสการ ถ้าเราร้องออกมาจากใจจริง ๆ เราจะสัมผัสพระเจ้า คงเพราะว่า ความคิดของเรามันใกล้เคียงกับที่พระเจ้าอยากจะให้เราเป็น แต่จุดเริ่มต้นคงต้องมาจากเพลงนมัสการที่แต่งได้ใกล้เคียงกับความคิดของพระเจ้าด้วย เหมือนพระเจ้ามาใส่เนื้อร้องในใจของผู้แต่ง เพลงนั้นเองอาจจะใกล้เคียงกับ The Father's Song แบบที่ Matt ได้เขียนเอาไว้
ซึ่งเราเองก็อาจร้องเพลง The Father's Song ได้เองในแบบฉบับของเราในการนมัสการ ถ้าเราได้ใกล้ชิดพระเจ้ามาก ๆ จนมีคำพูดที่ตรงกับใจของพระเจ้า หวังว่าทุกคนจะสามารถเป็นเช่นนั้นได้ครับ
เพลง Breathing The Breath อยู่ในอัลบัม Facedown (2004) เป็น Live Worship ที่ดีมากชุดหนึ่ง แต่เพลงโดยรวมอาจจะยังไม่โดดเด่นเท่าหลายชุดก่อน ๆ ที่มีเพลง Classic และถูกนำไป Cover เยอะมาก แต่ยังไรมาตรฐานของ Matt Redman ก็ยังเป็นมาตรฐานที่สูงมากอยู่ดี ในการทำเพลงนมัสการ เพลงนี้แต่งและร้องโดย Matt Redman จริง ๆ ในอัลบัมนี้ก็มีเพลงที่ดีมากอยู่หลายเพลง แต่ที่เลือกเพลงนี้มาแนะนำก่อน ก็เพราะจังหวะการนมัสการเพลงนี้ดีมาก เพลงเริ่มด้วยเปียโนเบา ๆ จนกระทั่งไป Peak ในช่วง Chorus
ก่อนที่จะอธิบายเพิ่มเติม เราไปดูเนื้อกันก่อนดีกว่า
Breathing The Breath
Acts 17:25, Romans 11:35, James 1:17, Psalm 50:9-12, 1 Chronicles 29:14
We have nothing to give
That didn't first come from Your hands
We have nothing to offer You
Which You did not provide
Every good, perfect gift comes from
Your kind and gracious heart
And all we do is give back to You
What always has been Yours
That You gave us to breath
To worship You, to worship You
And we're singing these songs
With the very same breath
To worship You, to worship You
Who has given to You
That it should be paid back to him?
Who has given to You
As if You needed anything?
From You, and to You, and through You
Come all things, O Lord
And all we do is give back to You
What always has been Yours
We are breathing the breath
That You gave us to breath
แค่ท่อนแรกก็ซึ้งแล้วครับ
เราไม่มีอะไรจะให้แก่ใครได้เลย หากไม่ได้มาคุณพระองค์ก่อน
เราไม่มีอะไรจะมอบถวายให้พระองค์ หากพระองค์ไม่ได้จัดเตรียมไว้ให้เรา
ทุก ๆ สิ่งดี ของขวัญที่สมบูรณ์แบบล้วนมากจาก
ความใจดีและหัวใจที่กรุณาของพระองค์
และทั้งหมดที่เราทำได้คือการให้กลับคืนแก่พระองค์
ที่เคยเป็นของพระองค์เสมอมา
พระเจ้า เรากำลังหายใจเอาลมหายใจ
ที่พระองค์ให้เราได้หายใจได้
เพื่อจะนมัสการพระองค์ เพื่อนมัสการพระองค์
และเรากำลังร้องเพลงเหล่านี้
ด้วยลมหายใจเดียวกันนี้
เพื่อจะนมัสการพระองค์ เพื่อนมัสการพระองค์
ทั้งหมดที่เราได้มีชีวิต ได้มีลมหายใจก็เพื่อจะนมัสการพระองค์จริง ๆ อย่าลืมสิ่งนี้นะครับ
เพลง The Heart of Worship นับได้ว่าเป็นเพลงที่คริสเตียนควรจะนำมาทบทวนถึงวิธีนมัสการของตัวเองว่าถูกต้องหรือไม่ เพลงนี้เองได้ถูกนำไปอ้างอิงในหนังสือ The Purpose Driven Life ของ Rick Warren ที่ขายได้มากกว่า 25 ล้านเล่ม (ยังน้อยกว่า The Da Vinci Code ที่เขาอ้างว่าขายได้กว่า 40 ล้านเล่ม น่าเสียดายมาก) และถูกแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ ชีวิตที่เคลื่อนไปด้วยวัตถุประสงค์ ใครที่ยังไม่เคยอ่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.cedthai.org (ภาษาไทย) ส่วนเวอร์ชันภาษาอังกฤษหาซื้อได้ที่ Asia Book และ Kinokuniya ครับ
The Heart of Worship ได้ถูกนำมา Cover โดยศิลปินคริสเตียนหลายครั้งมาก ไม่ว่าจะเป็น Michael W. Smith, Sonicflood, Phillips, Craig & Dean, John Tesh ฯลฯ ใครที่ไม่เคยฟังก็สามารถ ลองฟังได้จากลิงค์ข้างบน ซึ่งสามารถ Subscribe ได้ด้วยครับ
แนะนำกันไปแล้วว่าเพลงนี้ได้รับการยอมรับกันขนาดไหน ถ้าจะไม่พูดถึงเนื้อเพลง ก็ดูเหมือนจะขาดอะไรสักอย่าง
The Heart of Worship
When the music fades
And all is stripped away
And I simply come
Longing just to bring
Something that's of worth
That will bless your heart
I'll bring You more than a song
For a song in itself
Is not what You have required
You search much deeper within
Through the ways things appear
You're looking into my heart
I'm coming back to the heart of worship
And it's all about You
All about You, Jesus
I'm sorry Lord for the thing I've made it
When it's all about You
It's all about You Jesus
King of endless worth
No one could express
How much You deserve
Though I'm weak and poor
All I have is Yours
Every single breath
I'll bring You more than just a song
For a song in itself
Is not what You have required
You search much deeper within
Through the way things appear
You're looking into my heart
I'm coming back to the heart of worship
And it's all about You
All about You, Jesus
I'm sorry Lord for the thing I've made it
When it's all about You
It's all about You Jesus
Its all about you
Jesus
ซึ่ง Matt Redman ได้พูดถึงเรื่องราวเบื้องหลังเพลงนี้เอาไว้ในหนังสือ The Unquenchable Worshipper ของเขาเองไว้ว่า
"สองสามปีหลังนี้ในโบสถ์ของเรา ได้มีการตระหนักถึงบางสิ่งที่เราคิดว่าเป็นการขัดขวางการนมัสการของเราอย่างแท้จริง พวกเขากำลังโยนเราออกจากสิ่งที่เป็นความหมายที่แท้จริงของการนมัสการ เรามักจะกันเอาเวลาจำนวนมากในการประชุมของเราเพื่อจะนมัสการพระเจ้าผ่านทางเสียงเพลง แต่สิ่งนี้ได้เริ่มปรากฏชัดในใจของเราว่าเราเองกำลังสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป ความเร่าร้อนที่เคยเป็นลักษณะพิเศษของการนมัสการของเราได้กลายเป็นความเย็นชาไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้ว่าในบางครั้งทุกสิ่งจะดูยอดเยี่ยมไปหมด เพราะเรามีนักดนตรีที่เก่งอย่างเหลือเชื่อ และระบบเสียงชั้นยอด แถมยังมีเพลงใหม่ ๆ จำนวนมากอีกด้วย แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบ เราเริ่มจะมั่นใจกับสิ่งเหล่านี้มากเกินไปหน่อย และทำให้เราเองได้เขวไปจากการนมัสการที่แท้จริง เมื่อผู้คนได้เริ่มเข้ามาสู่การนมัสการในครั้งใด ๆ เราก็เริ่มรอที่จะดูว่าวงดนตรีมีหน้าตาเป็นอย่างไร เสียงนั้นดีขนาดไหน หรือติดอยู่กับเพลงที่ได้ถูกเลือกมานั้นเราชอบหรือไม่
ศิษยาภิบาล Mike ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ที่จะหาแนวคิดในการลงมือทำอะไรสักอย่าง “เราได้ปลดเปลื้องทุกสิ่งที่เป็นการปรุงรสออกไป เพียงเพื่อจะเห็นว่าหัวใจของเรานั้นอยู่ที่ไหนกันแน่” ดังนั้น ในวันอาทิตย์ถัดไปเมื่อเราได้กลับมาที่โบสถ์ ไม่มีระบบเสียงอยู่เลย และยังไม่มีวงดนตรีที่จะนำเราอีกด้วย การเข้าถึงครั้งใหม่นี้ดูง่ายมาก เราไม่ได้กำลังจะจนลง เพราะไม่มีสิ่งเหล่านั้นให้เห็น Mike บอกว่า “เมื่อคุณเดินผ่านประตูโบสถ์ในวันอาทิตย์ อะไรคือสิ่งที่คุณกำลังจะนำมามอบถวายให้พระเจ้า? อะไรคือเครื่องบูชาของคุณในวันนี้?”
ถ้าผมจะซื่อสัตย์กับตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ควรจะทำให้ผมไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะการนมัสการเป็นงานของผม! แต่เป็นพระเจ้าที่ทำให้ใจของผมอ่อนลง ผมเริ่มที่จะเห็นพระปัญญาของพระเจ้าเหนือกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น ในการประชุมนมัสการครั้งแรกมีความอึดอัดอยู่นิดหน่อย เพราะมีแต่ความเงียบสงบอยู่นาน และไม่ได้มีการร้องเพลงไปเรื่อย ๆ แต่เรากลับใกล้ที่จะเรียนรู้ว่า เราจะมอบถวายหัวใจของเราอย่างไรให้กับพระเจ้าโดยปราศจาก หลุมพรางภายนอกที่เราได้โตมากับมัน เมื่อปลดเปลื้องทุกสิ่งออกไป เราก็จะเริ่มค้นพบหัวใจของการนมัสการอีกครั้งอย่างช้า ๆ
หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง วงดนตรีนมัสการและระบบเสียงได้ปรากฏอีกครั้งหนึ่ง แต่นั่นไม่เหมือนเดิมแล้ว บทเพลงของหัวใจของเรากลายเป็นหนึ่งเดียวกับบทเพลงที่ออกมาจากปากของเรา
เมื่อได้ออกจากสิ่งปรุงแต่งทั้งหมดนี้ ผมได้มาไตร่ตรองถึงสิ่งเกิดขึ้นที่โบสถ์ และได้เขียนเพลง The Heart of Worship ขึ้นมา"
ถึงเวลาที่เราจะกลับมาค้นหาหัวใจของการนมัสการภายในหัวใจของเราเองด้วยเช่นกันครับ