1 post tagged “switchfoot live at singapore”
หลังจากที่ได้ข่าวว่า Switchfoot จะมาทัวร์เอเซีย และไม่มีประเทศไทยอยู่ในนั้น ก็ตัดสินใจว่าจะบินไปดูแน่ๆ ที่สิงคโปร์ แม้ต้องไปคนเดียว เพราะไม่มีใครบ้าพอ จะบินไปดูด้วยกัน 555 และเมื่อวันพฤหัสก็ลางานไป ออกเดินทางเกือบเที่ยง ไปถึงบ่าย 3 แล้วไปแวะโรงแรม จากนั้นไปเอาบัตรกับเพื่อนแถว Somerset (พอดีเพื่อนทำงานอยู่ที่นั่น) แล้วหาไรกิน ไปถึงคอนเสิร์ต 19.35
จากนั้นไปเจอกับเพื่อนที่มาเรื่องงาน ซึ่งดันอยากไปดูด้วย แต่ไม่รู้จัก Switchfoot เลย ที่ Expo Max Pavillion เห็นคนต่อแถวนั้นเยอะพอประมาณ จริงๆ คิดว่า คนน่าจะเยอะกว่านี้ แค่คนจัดงานโปรโมตไม่เยอะมาก คนได้ขนาดนี้ก็ไม่เลว พอเข้าไปในงานคาดว่าคนน่าจะประมาณครึ่ง Hall ได้ ซึ่งก็ต้องแยกกับเพื่อนคนไทย เพราะบัตรคนละราคา เราบ้ามากจองบัตรแพงสุด 90 เหรียญ (หน้างานมีมา Sale ด้วย แต่เรามันแฟนพันธุ์แท้ ยังไงก็เต็มที่น่า)
ก่อนที่จะไป ผมได้นัดเพื่อนสิงคโปร์ ที่อยู่โบสถ์ City Harvest ไว้ แต่ผมไปสาย เลยไม่ได้เข้าไปหน้าเวทีกับมัน ซึ่งเพื่อนคนนี้ที่ไม่เคยเจอหน้ามาก่อน เป็นคนแรกที่บอกว่า Switchfoot จะมาเล่นที่สิงคโปร์ (แฟนพันธุ์แท้เหมือนกัน) และก่อนจะเดินไปข้างหน้า ทางเข้าทั้งสองทางมีเสื้อ Switchfoot เวอร์ชันสิงคโปร์ขายด้วย คนต่อแถวเต็มเลย และมีอัลบัมแบบ Digital ขายด้วย แผ่นละ 10 เหรียญ แต่ผมไม่ได้ซื้อเสื้อนะ พอดียังไม่ค่อยชอบแบบ
พอเดินไปข้างหน้า คนยังโล่งอยู่เลย มีวงสิงคโปร์เล่นตอน 2 ทุ่ม 2 วง จำชื่อวงไม่ได้ วงแรกเด็กๆ เลย เล่นพอไหว วงที่สองฝีมือดีกว่านิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก กว่าจะเล่นจบ ก็ 3 ทุ่มพอดี
เวลานี้ ทีมงาน Switchfoot ได้ออกมา Set อุปกรณ์ต่างๆ ก็ไม่เร็วมาก ประมาณ 10 นาที คนเริ่มตะโกนเรียก Swtichfoot กันดังมาก มีฝรั่งกลุ่มหนึ่งอยู่ใกล้ๆ ผม ซื้อบัตร 70 เหรียญ แต่เข้ามาหน้าเวทีเฉยๆ ฝรั่งแย่ๆ ก็มีแฮะ
ถึงเวลาของ Switchfoot ซะ มาถึงก็เล่นทันที Intro ด้วยเพลง MeanT To Live และต่อมาทันทีด้วย Oh! Gravity คนดูกรี์ดกันสนั่น อย่างบ้าคลั่ง ให้ดู Video ดีว่า เพื่อนสิงคโปร์ผมถ่ายไว้เอง เอาลง YouTube ไว้
ซึ่งตอนนั้นผม ก็กระโดดเกือบทั้งเพลงเหมือนกัน แม้ก่อนไปผ่าเท้าจะเป็นแผล แต่ขอบคุณพระเจ้าที่หายทันพอดี คนดูที่อยู่รอบข้างผม มีทั้งหญิงและชายพอๆ กัน ส่วนใหญ่น่าจะประมาณไม่เกิน 20 หรือ 20 ต้นๆ เท่านั้นเอง ที่ประทับอีกอย่างก็คือ ทุกคนร้องเพลงตามกันได้เยอะจริง ซึ่งครั้งนี้ Switchfoot เล่นเพลงหลักๆ จาก 3 อัลบัม คือ Learning To Breathe, Beautiful Letdown และ Oh! Gravity และมีจากอัลบัม Nothing Is Sound ที่เล่นลองลงมาหน่อย
โดยช่วงแรกจะเล่นเพลงเร็วๆ หนักๆ พอสมควร และเริ่มมาเบาลงตอนที่ Jon Foreman (ร้องนำและกีต้าร์) ใช้กีต้าร์โปร่ง เล่นเพลงอย่าง Only Hope เพลงที่ดังมาจาก Soundtrack "A Walk To Remember" ซึ่ง Jon บอกว่าเป็นเพลงโปรดของเขา ถือว่าเป็นช่วงที่ซึ้งเอาการ และพอดีเพื่อนผมคนเดิม อัดไว้อีก เลยลงให้ดูอีกละกัน
ในคอนเสิร์ตนี้มีหลายครั้งที่ Jon มักจะเดินมาบนคนดู และร้องเพลงอยู่บนคนดู บางทีก็ให้คนดูร้องบ้าง มันเป็นบรรยากาศที่ค่อนข้างใกล้ชิดและเป็นกันเองมาก ต้องบอกว่าแฟนที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นแฟนตัวจริงมากๆ มีอารมณ์ร่วมตลอด กรี๊ดทุกครั้งที่ Intro เพลงใหม่ขึ้น มันเป็นคอนเสิร์ตสำหรับแฟน Switchfoot จริงๆ
คอนเสิร์ตครั้งจะมีเสียบรรยากาศก็ตรงฝรั่งที่แย่ๆ น่ะแหล่ะ พวกนี้มาสนุกกันอย่างเดียว สนใจ Switchfoot เป็นช่วงๆ พอเพลงเร็วเมื่อไหร่ ก็เริ่มผลักกันไปมา แล้วไปชนคนอื่น ซึ่งคนที่โดนผลักก็เริ่มผลักตอบ แรกๆ ก็สนุก นานๆ ไปชักไม่สนุก บางครั้งผลักไปชนผู้หญิงด้วย พวกนี้นิสัยเสียมากๆ แถมยังมีคนสิงคโปร์บางคนเข้าไปผสม เลยแย่ไปใหญ่
แต่เอาเถอะ ยังไงโดยรวมทุกอย่างโอเคมาก เล่นเพลงที่ผมชอบเกือบครบเลย ช่วงไฮไลท์มีอยู่หลายช่วง อันแรก เป็นตอนที่เล่นเพลง American Dream ตอนท้ายเพลง อยู่ๆ ดนตรีก็เงียบไป พอมองไปบนเวที ทุกคนยืนแข็งกันหมด มี Jerome (มือ Keys กับกีต้าร์) ซึ่งเป็นคนเชื้อสายฟิลิปปินส์ ยืนถือ Percussion ชูมือทำท่าเหมือนเทพีเสรีภาพค้างไว้ด้วย ยืนค้างกันประมาณ 2 นาที คนดูก็กรี๊ดกันสนั่นเลย จากนั้นก็เล่นเพลงนี้ต่อจนจบ
หรืออีกช่วงหนึ่ง Jon บอกให้ Jerome กับ Drew (มือกีต้าร์อีกคน) ไปพัก Jon ขอระลึกความหลัง เมื่อครั้งที่ Switchfoot เริ่มต้นจากสมาชิก 3 คน คือ Jon, Tim (น้องชาย Jon มือเบส) และ Chad (มือกลอง) เล่นเพลงในอัลบัมแรก ซึ่งผมจำชื่อเพลงไม่ได้ ต้องไปค้นอีกที ก็ได้สนุกไปอีกแบบ และได้ยินเสียง Tim ร้องมากขึ้นตรงคำว่า "Alright"
คอนเสิร์ตนี้จะจบไม่ได้ ถ้าขาดเพลงอย่าง Dare You To Move ซึ่งเป็นเพลงแจ้งเกิดจาก Soundtrack "A Walk To Remember" อีกเช่นกัน ในช่วงที่คอนเสิร์ตเหมือนจะจบไปแล้ว เมื่อคนดูตะโกนเรียกดังขึ้น Jon โผล่มาคนเดียว เล่นเพลง 24 ด้วยกีต้าร์โปร่ง และต่อด้วย Dare You To Move ซึ่งคนดูกรี๊ดกันดังที่สุดในคอนเสิร์ต เล่นไปท่อนหนึ่ง สมาชิกทุกคนก็เริ่มเดินออกมา และเล่นแบบเต็มวง ตรงท่อน "Welcome To The Fallout" และจบคอนเสิร์ตไปแบบประทับใจ
เอาเป็นว่าคุ้มค่ากับการไปสิงคโปร์ครั้งนี้จริงๆ แม้จะไม่ได้ลายเซ็นต์ติดมือกลับมา เนื่องจากแถวยาวมากและหมดเวลาพอดี